แชร์

จากวิกฤตสู่พลังสร้างสรรค์ของชุมชน

อัพเดทล่าสุด: 5 มิ.ย. 2026
11 ผู้เข้าชม

จากวิกฤตสู่พลังสร้างสรรค์ของชุมชน
ในช่วงปี พ.ศ. 2563 ชุมชนบ้านคอกวัวต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) ซึ่งส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนในชุมชนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านเศรษฐกิจ สุขภาพ และการเรียนรู้

คนในชุมชนจำนวนมากมีรายได้ลดลงหรือขาดรายได้จากการถูกยกเลิกจ้างงานและพักงานชั่วคราว ผู้ค้าขายได้รับผลกระทบจากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันไปสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์มากขึ้น ขณะที่สินค้าเกษตรมีราคาตกต่ำ แต่ต้นทุนการผลิตกลับสูงขึ้น ลูกหลานที่เคยส่งเงินกลับมาช่วยครอบครัวก็มีรายได้ลดลงเช่นกัน

นอกจากนี้ยังเกิดผลกระทบด้านสุขภาพกายและสุขภาพใจ หลายครอบครัวต้องดูแลผู้ป่วยติดเตียงและผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ท่ามกลางข้อจำกัดในการเดินทางไปรับยาและเข้าถึงบริการสุขภาพ ขณะเดียวกันความกังวลต่อสถานการณ์โรคระบาดส่งผลให้ผู้คนเกิดความเครียดและความไม่มั่นคงทางจิตใจ

ด้านเด็กและเยาวชน การปิดสถานศึกษาและการเรียนออนไลน์ทำให้เด็กต้องใช้เวลาอยู่บ้านมากขึ้น หลายคนขาดโอกาสในการเรียนรู้ร่วมกับเพื่อน การเรียนรู้ไม่ต่อเนื่อง และใช้เวลาบนสื่อออนไลน์และโทรศัพท์มือถือเพิ่มขึ้น ขณะที่พื้นที่เล่นและพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กมีลดน้อยลง

จากสถานการณ์ดังกล่าว คนในชุมชนจึงร่วมกันออกแบบ "แผนปฏิบัติการชุมชนสร้างสรรค์ฝ่าวิกฤต คอกวัวแบ่งปัน สร้างสรรค์ ปลอดภัย สู้ภัยโควิด-19" โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการเปิดโอกาสให้พลเมืองในชุมชนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา ช่วยเหลือและแบ่งปันทรัพยากรแก่ผู้ได้รับผลกระทบ รวมถึงร่วมกันพัฒนาพื้นที่ชุมชนให้ปลอดภัยและเอื้อต่อการใช้ชีวิตภายใต้มาตรการป้องกันโรค

จากการทำงานร่วมกันจึงเกิดพื้นที่และกิจกรรมสำคัญหลายรูปแบบ ได้แก่ พื้นที่ปันยิ้ม พื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่เล่น ห้องเรียนวิถีถิ่น มุมสื่อ ลานเล่นอิสระ และ "เดิ่นยิ้มแบ่งปัน" ที่เปิดเป็นตลาดนัดวิถีถิ่นและตลาดออนไลน์สำหรับการแลกเปลี่ยนสินค้าและแบ่งปันทรัพยากรภายในชุมชน

ชุมชนยังร่วมกันสร้างความมั่นคงทางอาหาร โดยสำรวจและพัฒนาแหล่งอาหารในชุมชนจำนวน 5 แห่ง พร้อมมอบเมล็ดพันธุ์ให้ครัวเรือนต้นแบบเพื่อพัฒนาเป็นคลังอาหารของชุมชน รวมถึงออกแบบสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อให้คนในชุมชนเข้าถึงแหล่งอาหารได้อย่างทั่วถึง

ในขณะเดียวกัน ได้มีการพัฒนาพื้นที่แบ่งปันผ่าน "ตลาดนัดวิถีถิ่นคนคอกวัว" ที่ส่งเสริมอาหารปลอดภัย ราคาย่อมเยา ลดการใช้พลาสติก และกำหนดมาตรการด้านสุขอนามัยสำหรับการรวมกลุ่มของคนในชุมชน ภายใต้แนวคิด "พกถุงผ้า ตะกร้าปิ่นโต สวมหน้ากาก และล้างมือก่อนเข้า"

พื้นที่เดิ่นปันยิ้มยังกลายเป็นศูนย์กลางกิจกรรมสร้างสรรค์ของชุมชน ทั้งกิจกรรมศิลปะพื้นบ้าน นิทรรศการชุมชน ตู้ปันยิ้ม ชุดหนังสือ และชุดกิจกรรมภูมิปัญญาที่ช่วยสร้างความสุขและการเรียนรู้ให้กับผู้คนทุกช่วงวัย

ต่อมาในปี พ.ศ. 2564 ชุมชนยังคงเผชิญกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่ จึงร่วมกันกำหนดประเด็นการทำงานสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่ การดูแลกลุ่มเปราะบางและสร้างรายได้ การเพิ่มพื้นที่แบ่งปัน และการสร้างพื้นที่เรียนรู้เพื่อเสริมทักษะชีวิตให้กับเด็กและเยาวชน

การขับเคลื่อนงานในช่วงนี้อาศัยความร่วมมือของแกนนำชุมชน กลุ่มเยาวชน คนรุ่นใหม่ที่กลับบ้าน และภาคีเครือข่ายทางสังคม ภายใต้แนวคิด "3 พลังร่วมสร้างสรรค์ชุมชนฝ่าวิกฤต" ประกอบด้วย พลังพลเมือง พลังชุมชน และพลังสร้างสรรค์

หนึ่งในผลลัพธ์สำคัญคือการพัฒนา "ห้องเรียนชุมชนเดิ่นวัวยิ้ม" พื้นที่การเรียนรู้ทางเลือกที่เกิดจากความร่วมมือของเด็ก เยาวชน ครูภูมิปัญญา และคนในชุมชน เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงวิชาการ ศิลปะ กิจกรรมสร้างสรรค์ และการเล่น ให้เด็กและเยาวชนได้เรียนรู้แม้ในช่วงที่ต้องเรียนออนไลน์และอยู่บ้าน

นอกจากวิกฤตโรคระบาดแล้ว ชุมชนบ้านคอกวัวยังต้องเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมครั้งใหญ่จากมวลน้ำลำตะคองที่เอ่อล้นเข้าท่วมพื้นที่โดยรอบ ส่งผลให้บ้านเรือนหลายหลังได้รับความเสียหาย บางจุดมีระดับน้ำสูงเกิน 1 เมตร และประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากที่อยู่อาศัย

ท่ามกลางสถานการณ์ดังกล่าว กลุ่มแก๊งลูกวัวและอาสาสมัครได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ประสานความร่วมมือ และระดมทรัพยากรเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย ทั้งด้านอาหาร ยา ของใช้จำเป็น และการดูแลกลุ่มเปราะบาง โดยสามารถช่วยเหลือครัวเรือนในชุมชนบ้านคอกวัวกว่า 100 ครัวเรือน และขยายการช่วยเหลือไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบอื่น ๆ รวมกว่า 1,000 ครัวเรือน

ในปี พ.ศ. 2565 แม้วิกฤตโควิด-19 จะเริ่มคลี่คลาย แต่ผลกระทบต่อวิถีชีวิตของผู้คนยังคงดำเนินต่อไป ชุมชนจึงมุ่งฟื้นฟูความสัมพันธ์ของผู้คน สร้างพื้นที่สาธารณะ พื้นที่เล่น และพื้นที่ปฏิสัมพันธ์ เพื่อให้ชุมชนกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง พร้อมทั้งส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ความมั่นคงทางอาหาร และการปรับปรุงสภาพแวดล้อมตามแนวคิด 4 ส. ได้แก่ สะอาด สว่าง สีสัน และสีเขียว

จากการร่วมกันฝ่าฟันวิกฤตตลอดหลายปีที่ผ่านมา บ้านคอกวัวไม่ได้เพียงผ่านพ้นปัญหา แต่ยังได้สร้างต้นทุนทางสังคมที่เข้มแข็ง เกิดแกนนำเยาวชนและผู้ใหญ่รุ่นใหม่ เกิดพื้นที่เรียนรู้ พื้นที่สร้างสรรค์ พื้นที่เศรษฐกิจชุมชน และเครือข่ายความร่วมมือที่ช่วยให้ชุมชนสามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง

 


บทความที่เกี่ยวข้อง
ชุมชนวิถีถิ่นบ้านคอกวัว : ย้อนรอยวันวาน
บ้านคอกวัว ชุมชนชานเมืองที่ผสานวิถีดั้งเดิมกับพลังสร้างสรรค์ของคนรุ่นใหม่ เปลี่ยนพื้นที่ธรรมดาให้เป็นพื้นที่แห่งความสุขของทุกคน
5 มิ.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้